ตายดี เป็นอย่างไร?


ความตายเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ

เมื่อมีเกิด ย่อมมีแก่ มีเจ็บ และตาย

หากเข้าใจความเป็นธรรมดานี้แล้ว

ความทุกข์ที่เกิดขึ้นย่อมเบาบางลงได้

ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องง่าย

แต่ทว่า...เมื่อเกิดขึ้นกับตนเอง

หรือกับบุคคลอันเป็นที่รัก

ความตาย..นับได้ว่าเป็นสิ่งที่เข้าใจยาก

และทำใจได้ยากยิ่งนัก


ผู้ที่ทำงานใกล้ชิดกับความตาย มีหน้าที่ ความรับผิดชอบที่เกี่ยวกับวาระสุดท้ายของชีวิต ดังเช่น แพทย์ บุคคลากรทางการแพทย์ ทนายความ ตลอดจนสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ได้ให้ความเห็นว่า


คุณสมบัติของการตายดี คือ การตายที่ปราศจากความทุกข์ทรมาน และอธิบายว่าคุณสมบัติของการตายดี มี ๑๒ ข้อ

๑. ผู้ตายยอมรับได้ และพร้อมที่จะจากไป

๒. ตายอย่างมีสติ

๓. รู้และเข้าใจว่า ความตายกำลังจะมาถึง

๔. ได้รับการปฏิบัติอย่างสมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และเป็นส่วนตัว

๕. ได้รับข้อมูลและการรักษาจากแพทย์ ตามความจำเป็น

๖. ได้รับการรักษาบรรเทาอาการเจ็บป่วย

๗. เลือกที่ตายได้ (บ้านหรือโรงพยาบาล)

๘. ได้รับการดูแลทางอารมณ์และจิตวิญญาณตามต้องการ

๙. เลือกได้ว่าควรมีใครอยู่ด้วยในวาระสุดท้าย

๑๐. เลือกได้ว่าจะได้รับการปฏิบัติอย่างไรนวาระสุดท้าย

๑๑. มีเวลาร่ำลาบุคคลที่ตนรัก และสะสางสิ่งที่ค้างคาใจ

๑๒. จากไปอย่างสงบ ไม่ถูกเหนี่ยวรั้ง หรือยื้อชีวิตโดยไร้ประโยชน์


“การเดินทางในช่วงสุดท้ายของชีวิต” อาจไม่ใช่สิ่งที่ใครปรารถนา หาก "ความตาย" เป็นสัจธรรมที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง เราทุกคนทำได้เพียงการทำใจยอมรับเมื่อเวลานั้นมาถึง

แต่คงจะเป็นการดีเสียยิ่งกว่า หากการเดินทางในช่วงสุดท้ายของชีวิตนี้ได้มีตระเตรียมที่ปราณีต แม้เรายังไม่รู้วันเวลาที่แน่นอนของการเดินทาง แต่อย่างน้อยการได้นั่งลงไตร่ตรอง ทบทวนเรื่อง “ความตาย” ในวันที่เรายังมีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ เราน่าจะได้ทันออกแบบหรือเลือกสรรวาระสุดท้ายของเราได้ ไม่ใช่ปล่อยให้ทุกสิ่งไหลเรื่อยไปตามชะตากรรม หรือเกิดความขัดแย้งในกลุ่มคนผู้อยู่ข้างหลัง


ไมนด์มณีเชื่อว่า ท่านที่ได้อ่านมาถึงตรงนี้ คงจะมีประสพการณ์ตรงเกี่ยวกับความตายมาบ้าง ไม่มาก ก็น้อย ขอเชิญแบ่งปันความเห็น ข้อเสนอแนะ ในคอมเมนท์ค่ะ

ที่มา http://www.thailivingwill.in.th/ https://www.thairath.co.th/content/1380116