เมื่อบุคคลอันเป็นที่รักถึงแก่กรรม

อัปเดตเมื่อ พ.ค. 6



ทันทีที่บุคคลอันเป็นที่รักจากไปอย่างไม่มีวันกลับ นอกจากการตั้งสติ ดูแลสภาพจิต อารมณ์ ความรู้สึกของกันและกัน เพื่อสร้างพลังใจให้เข้มแข็ง สำหรับการก้าวผ่านช่วงเวลาของความทุกข์แล้ว สิ่งที่ต้องทำทันทียังมีอีกหลายประการ ดังนี้

  1. เมื่อความตายเกิดขึ้น

  2. การแจ้งตาย

  3. การจัดการเอกสารของผู้วายชนม์ที่เกี่ยวข้อง และการประสานงานเบื้องต้น

1. เมื่อความตายเกิดขึ้น

เมื่อความตายเกิดขึ้น สิ่งแรกที่ต้องทำ ขึ้นอยู่กับว่าการเสียชีวิตเกิดที่ใด ที่บ้าน หรือที่โรงพยาบาล

ทั้งสองกรณี จะได้รับหนังสือรับรองการตาย ท.ร.4/1 โดยได้รับเอกสารจากพนักงานส่วนปกครอง หรือจากโรงพยาบาล แล้วแต่กรณี


เสียชีวิตที่บ้าน

1. ท่านห้ามเคลื่อนย้ายศพเด็ดขาด

2.ให้โทรแจ้ง ผู้ใหญ่บ้าน ตำรวจ หรือโรงพยาบาลใกล้บ้าน เพื่อมาชันสูตร เพื่อยืนยันการเสียชีวิต ไม่ได้ถูกฆาตกรรมหรือเหตุเสียชีวิตผิดธรรมชาติ

มาตรา 148 เมื่อปรากฏแน่ชัดหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าบุคคลใดตายโดยผิดธรรมชาติ หรือตายในระหว่างอยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงาน ให้มีการชันสูตรพลิกศพ เว้นแต่ตายโดยการประหารชีวิตตามกฎหมาย

การตายโดยผิดธรรมชาตินั้น คือ

(1) ฆ่าตัวตาย

(2) ถูกผู้อื่นทำให้ตาย

(3) ถูกสัตว์ทำร้ายตาย

(4) ตายโดยอุบัติเหตุ

(5) ตายโดยยังมิปรากฏเหตุ

3. หลังชันสูตรยืนยันการเสียชีวิต ท่านแต่งกายศพให้เรียบร้อย หากยังไม่มีโลงหรือไม่สามารถเคลื่อนย้ายควรโรยแป้งรอบ ๆ ศพ เพื่อป้องกันมด แมลงมารบกวนศพ

หากผู้เสียชีวิตเคยแสดงความจำนงบริจาคอวัยวะ ควรติดต่อศูนย์รับอวัยวะ โทรศัพท์หมายเลข 1666 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้หากเป็นความจำนงบริจาคดวงตาไว้ ควรติดต่อภายใน 6 ชั่วโมง หลังการตาย


เสียชีวิตที่โรงพยาบาล

การปฏิบัติต่อศพ พยาบาลและเจ้าหน้าที่ควรกระทำอย่างสมเกียรติและศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ เช่นเดียวกับผู้ตายยังมีชีวิตอยู่ โดยการทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยความนุ่มนวล ให้ความเคารพเช่นเดียวกับผู้ตายยังมีชีวิตอยู่การตบแต่งร่างกายส่วนต่าง ๆ ต้องทำให้เรียบร้อยที่สุดเหมือนคนธรรมดา เช่น เย็บแผลให้เรียบร้อย ไม่ปล่อยส่วนที่พิการ หรือไม่น่าดูเปิดเผยต่อสายตาญาติและผู้อื่น การแต่งศพ ควรแต่งหน้าและสวมเสื้อผ้าให้มองดูคล้ายขณะที่มีชีวิตมากที่สุด เหมือนสภาพคนที่กำลังนอนหลับสนิท การห่มผ้าคลุมศพ ไม่ควรคลุมใบหน้าหรือศีรษะ แต่ควรคลุมแค่อก

หนังสือรับรองการตาย ใบรับแจ้งการตายและหนังสือมอบหมาย ญาติติดต่อขอรับได้ที่งานเวชระเบียน ตึกผู้ป่วยนอก

ข้อแนะนำสำหรับญาติเมื่อผู้ป่วยถึงแก่กรรมที่โรงพยาบาลการเก็บหรือตรวจศพผู้ป่วยที่ถึงแก่กรรม โรงพยาบาลจะเก็บรักษาศพที่ห้องเก็บศพ แพทย์ผู้ให้การดูแลรักษาอาจขออนุญาตให้มีการตรวจศพเพื่อศึกษาหาสาเหตุของการเสียชีวิต

การขอรับศพออกจากโรงพยาบาล การติดต่อขอรับศพออกจากโรงพยาบาล ญาติจะต้องแสดงใบมรณะบัตรที่ได้รับจากเขต/อำเภอ ให้กับเจ้าหน้าที่ห้องศพก่อน ยกเว้นผู้ป่วยที่ถึงแก่กรรมเป็นอิสลามิกชน ขอให้นำใบรับรองจากจุฬาราชมนตรี มาแสดงกับผู้อำนวยการ หรือผู้แทนผู้อำนวยการโรงพยาบาล


2. การแจ้งตาย

บุคคลที่มีหน้าที่แจ้งการตายได้แก่ เจ้าบ้าน ผู้พบศพ (กรณีไม่มีเจ้าบ้าน) หรือผู้ได้รับมอบหมายให้แจ้งตายแทน หลักเกณฑ์เมื่อมีคนตาย ให้แจ้งการตาย มีดังนี้

* (1) คนตายในบ้าน ให้เจ้าบ้านหรือผู้พบศพแจ้งต่อนายทะเบียนผู้รับแจ้งแห่งท้องที่ที่มีคนตาย ภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง นับแต่เวลาตาย หรือพบศพ

* (2) คนตายนอกบ้าน ให้คนที่ไปกับผู้ตายหรือผู้พบศพแจ้งต่อนายทะเบียนผู้รับแจ้งแห่งท้องที่ ที่มีการตายหรือพบศพ หรือแห่งท้องที่ ที่จะพึงแจ้งได้ภายในยี่สิบสี่ชั่วโมงนับแต่เวลาตาย หรือเวลาพบศพ กรณีเช่นนี้ จะแจ้งต่อพนักงานฝ่ายปกครองหรือ ตำรวจก็ได้ กำหนดเวลาให้แจ้งตาม (1) และ (2) ถ้าท้องที่ใดการคมนาคมไม่สะดวก ผู้อำนวยการทะเบียน กลางอาจขยาย เวลาออกไปตามที่เห็นสมควร แต่ต้องไม่เกินเจ็ดวันนับแต่เวลาตายหรือเวลาพบศพ หากไม่ปฏิบัติตาม (1) และ (2) ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท

เอกสารที่ใช้ในการติดต่อ

เมื่อผู้ป่วยถึงแก่กรรมญาติของผู้ป่วยจะต้องไปขอใบมรณะบัตรจากนายทะเบียนเขต/อำเภอ ที่โรงพยาบาล หรือบ้านตั้งอยู่ โดยจะต้องจัดเตรียมเอกสาร พร้อมสำเนา 1 ชุด เพื่อยื่นประกอบการขอรับใบมรณะบัตร ดังนี้

1. บัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวข้าราชการหรือหนังสือสำคัญบุคคลต่างด้าวของผู้ป่วยที่ถึงแก่กรรม

2. บัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวข้าราชการของผู้ที่จะไปติดต่อขอรับใบมรณะบัตร

3. สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้านที่คนตายมีชื่อและรายการบุคคล (ถ้ามี)

4. หนังสือรับรองการตายจากโรงพยาบาล (ถ้ามี)

ขั้นตอน

1. ผู้แจ้งยื่นเอกสารและหลักฐานต่อนายทะเบียน เพื่อตรวจสอบและลงรายการในมรณบัตร

2. นายทะเบียนจำหน่ายชื่อผู้ตายออกจากทะเบียนบ้าน โดยจะประทับคำว่า "ตาย" สีแดง ไว้หน้ารายการคนตาย

3. เมื่อนายทะเบียนตรวจสอบเอกสารเรียบร้อยแล้ว จะออกใบมรณบัตรเพื่อให้ญาตินำไปแสดงกับทางวัด โรงพยาบาล และส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไป