When My Father Had Terminal Cancer

เมื่อพ่อฉันเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย


ตอนที่ 1/8 ความจริงเป็นสิ่งที่เราหนีไม่พ้น


ย้อนกลับไปเมื่อประมาณกลางปี 2563 ตอนนั้น ที่บ้านของเรามีปัญหาครอบครัวแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทุกคนในบ้านจมอยู่กับความเครียดมาเป็นเวลาหลายเดือน ช่วงนั้น คุณพ่อเริ่มมีอาการเจ็บที่ก้น ซึ่งเข้าใจว่าเป็นอาการของโรคเริม ที่จะเกิดขึ้นอยู่แล้วเมื่อคุณพ่อเครียด แต่อาการนี้เป็นอยู่นานมาก ทายาก็ไม่หาย ไม่เหมือนที่เคยเป็นมา จนกระทั่งมีอยู่วันหนึ่ง ขณะที่คุณพ่อไปต่างจังหวัด คุณพ่อมีอาการถ่ายเป็นเลือด ซึ่งจากที่ได้ศึกษา อาการนี้มักเป็นอาการเริ่มต้นของมะเร็งลำไส้ระยะท้ายๆ คุณพ่อต้องรีบกลับบ้าน เพื่อมาให้หมอวินิจฉัยว่าเป็นอะไร คุณพ่อของเราที่เป็นคนแข็งแรงมาโดยตลอด ทานผัก เนื้อสัตว์ ของบำรุงร่างกายมากมาย และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ คุณพ่อจึงไม่เคยคิดมาก่อนว่าตัวเองจะมาเป็นโรคร้าย...

แต่ความจริงก็เป็นสิ่งที่เราหนีไม่พ้น เมื่อคุณพ่อถูกวินิจฉัยจากภาพ CT scan และผลการตรวจชิ้นเนื้อ พบว่าคุณพ่อของเราเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย ระยะ 3+ ซึ่งมีการกระจายไปที่ต่อมน้ำเหลืองแล้วบางส่วน ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างช็อคมากสำหรับบ้านเรา เราไม่เคยคิดกันเลยว่า เราจะต้องมาเจออะไรแบบนี้ และเหตุการณ์นี้ก็ทำให้เราได้พาคุณพ่อคุณแม่ไปปฏิบัติธรรม เผื่อว่าแรงบุญนี้ จะช่วยทำให้คุณพ่อเราหายจากโรคร้าย แต่นี่ก็ยังไม่ใช่ทางออกของปัญหานี้...


คุณพ่อของเราเข้ารับการรักษาอย่างเร่งด่วนในช่วงปลายเดือนตุลาคม 2563 โดยการผ่าตัดลำไส้ส่วนที่ไม่ดี และต่อมน้ำเหลืองที่มีการกระจายของเนื้อร้ายออกไป แต่ผลของการผ่าตัดในครั้งนี้ ก็ทำให้ชีวิตของคุณพ่อต้องเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เพราะการผ่าตัดที่ลำไส้ใหญ่ส่วนปลายทิ้ง หมายความว่า คุณพ่อจะต้องปิดรูทวารที่เคยใช้ขับถ่ายแบบปกติ และมาขับถ่ายผ่านถุงที่หน้าท้องไปตลอดชีวิต ไม่สามารถตัดต่อลำไส้ให้คืนสู่สภาพปกติได้ เหมือนการเป็นมะเร็งลำไส้ในส่วนอื่นๆ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่เคยทำให้คุณพ่อต้องวิตกกังวลมากๆ เพราะมันอาจเป็นเรื่องน่าอายสำหรับใครหลายๆคน รวมถึงตัวคุณพ่อเองที่ปกติจะเป็นคนที่แข็งแรง คล่องแคล่ว แต่งตัวสมาร์ท ซึ่งการผ่าตัดในครั้งนี้ก็ทำให้ชีวิตเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมากอยู่เหมือนกัน ทั้งกับตัวผู้ป่วย และผู้ดูแล

แต่เราก็โชคดีมาก ที่คุณแม่ของเราดูแลคุณพ่อเป็นอย่างดี คุณพ่อไม่เคยต้องทำแผลที่หน้าท้องด้วยตัวเองเลยสักครั้ง คุณแม่ของเราจะทำแผลให้อยู่ตลอด อาทิตย์ละสองครั้ง ดังนั้น แผลที่หน้าท้องของคุณพ่อของเราจึงเป็นแผลที่ดีมากๆ เมื่อเทียบกับแผลที่หน้าท้องของคนอื่น เพราะบางคนก็เป็นแผลที่หน้าท้อง เนื่องจากอุจจาระกัด การทำความสะอาดที่ไม่ดี หรืออาการแพ้ต่างๆ คุณแม่ของเราเป็นพยาบาลที่เก่งมากๆเลยล่ะ



ตอนที่ 2/8 ร่างกายทรุดตัวเร็วมาก


การรักษาดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ทั้งการให้เคมีบำบัดแบบฉีด+กิน และการฉายแสง คุณพ่อผ่านการรักษาไปได้ค่อนข้างดี ไม่มีผลข้างเคียงอะไรมาก แต่เมื่อไปตรวจ follow up ในช่วงเดือน มิ.ย. 2564 โดยการทำ PET CT scan ก็พบว่า เนื้อร้ายของคุณพ่อมีการกระจายไปที่ตับในอัตราที่ค่อนข้างเร็ว และไม่สามารถรักษาด้วยการผ่าตัดได้อีกต่อไป ต้องทำเคมีบำบัด+ยามุ่งเป้า แบบที่ต้องนอนค้างคืนให้ยาที่โรงพยาบาล การรักษาครั้งนี้ ทำให้คุณพ่อร่างกายทรุดตัวเร็วมาก ค่ามะเร็งไม่ดีขึ้น ค่าตับสูงขึ้น กินได้น้อยลงมาก ทำให้น้ำหนักคุณพ่อลดลงอย่างรวดเร็ว และไม่สามารถทำกิจกรรมอื่นๆที่เคยทำได้ตามปกติ เช่น การเดินที่ชายทะเลทุกๆเย็น การไปตีกอล์ฟกับเพื่อนๆ การเดินห้าง


มีครั้งหนึ่งของการนอนโรงพยาบาลเพื่อให้ยาเคมีบำบัดของคุณพ่อ เราต้องไปเฝ้าคุณพ่อด้วยตัวเองเพราะคุณแม่เป็นโควิด และช่วงนั้นเรากับคุณพ่อมีปัญหากันหนักมาก ไม่คุยกัน แต่เราต้องไปเฝ้าคุณพ่อ ครั้งนั้นของการเฝ้า เป็นครั้งที่คุณพ่ออาการแย่ที่สุด คุณพ่ออาเจียนแทบจะทุกๆสอง ชม. แม้กระทั่งช่วงที่นอนหลับก็ยังอาเจียน และไม่สามารถกินอาหารได้อย่างปกติ มันทำให้เราสงสารพ่อมากๆ และไม่โกรธพ่ออีกต่อไปแล้ว


ตอนที่ 3/8 ทำไมเรื่องราวมันถึงมาอยู่จุดนี้ได้?

การให้เคมีบำบัดในรอบนี้เป็นเหมือนยาแรง คุณพ่อของเราทรุดตัวลงอย่างรวดเร็ว แต่เนื้อร้ายก็ยังไม่หายไป คุณพ่อไม่สามารถ recover สุขภาพร่างกายได้เหมือนครั้งก่อนๆ คุณหมอจึงต้องเปลี่ยนสูตรยา เป็นยามุ่งเป้าแบบกิน ราคาหลักแสน แต่คุณพ่อก็กินไปได้ไม่ถึง 1 สัปดาห์ ก็ต้องเข้าโรงพยาบาลด่วน เพราะมีภาวะลำไส้อุดตัน ถ่ายไม่ออก อาเจียน และปวดท้องมาก ต้องผ่าตัดด่วน เมื่อผ่าตัดเสร็จ บ้านเราก็ต้องพบเจอกับเรื่องเศร้าอีกครั้ง เมื่อคุณหมอแจ้งว่าคุณพ่อเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายแล้ว ตับถูกเนื้อร้ายกินไปเกิน 80% และภาวะลำไส้อุดตันนี้เกิดจากการที่เนื้อร้ายลามไปที่ลำไส้เล็ก


มีคำถามเกิดขึ้นมากมายในหัวเราว่า ทำไมเรื่องแบบนี้ต้องเกิดขึ้นกับพ่อของเรา พ่อเราทำอะไรผิด ในเมื่อเราก็รักษาตามที่แพทย์แผนปัจจุบันบอกทุกอย่าง ไปหาหมอตามนัดเสมอ หมอสั่งให้ทำอะไรก็ทำ แต่ทำไมเรื่องราวมันถึงมาอยู่จุดนี้ได้ คุณแม่กับเราโกรธคุณหมอมากที่ส่งตัวคุณพ่อของเราไปให้กับหมอที่ดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย (คุณหมอพรศักดิ์ หรือที่เรียกกันว่า อาจารย์แดง หมอแดง) คุณหมอบอกว่าให้เรารีบบอกความจริงกับคนไข้ ไม่อย่างนั้นทุกอย่างจะสายเกินไป เรากับแม่ตัดสินใจไม่บอก เพราะว่าคุณพ่อของเรามีท่าทีที่จะสู้ต่อ และผลของการผ่าตัดมีแนวโน้มที่ดี อาจจะทำให้คุณพ่อกลับมาทานอาหารได้ปกติ

หลังจากที่คุณพ่อออกจากโรงพยาบาล คุณป้า (พี่สาวของคุณพ่อ) และครอบครัวของคุณป้า ซึ่งเป็นญาติสนิทที่สุดของเราก็มาอยู่กันที่บ้านของเรา ช่วยดูแลคุณพ่อ เรากับแม่ให้คุณพ่องดยามุ่งเป้าทั้งหมด และพยายามให้คุณพ่อกินอาหารเสริมต่างๆที่เขาว่าดี อาหารที่ย่อยได้ง่าย เราก็ตั้งใจอ่านหนังสือเกี่ยวกับอาหารสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง และทำน้ำผักผลไม้ให้คุณพ่อกิน จัดบ้านใหม่ เพื่อให้เหมาะแก่การดูแลผู้ป่วย


เราทุกคนเต็มที่กันมาก แต่อาการของคุณพ่อก็ไม่มีแนวโน้มที่จะดีขึ้นเลย มีแต่จะทรุดลงในทุกๆวัน จนคุณพ่อเริ่มถ่ายไม่ออก และอาเจียนอีกครั้ง ในเวลาเพียงไม่ถึง 1 สัปดาห์หลังจากที่พักฟื้นจากการผ่าตัด...


ตอนที่ 4/8 ไม่ต้องถามว่าพ่อเจ็บไหม?

วันพุธที่ 23 มี.ค. 65: เราลางานช่วงบ่ายเพื่อเตรียมตัวพาคุณพ่อแอดมิด เนื่องจากอาการที่คุณพ่อไม่ถ่าย อาเจียน เริ่มตัวเหลือง ตาเหลือง เท้าบวมอย่างชัดเจน และไม่สามารถเดินเหินได้ปกติแล้ว เพราะไม่มีแรง คุณหมอบอกว่าคุณพ่อไม่สามารถผ่าตัดได้แล้ว ต้องรักษาตามอาการอย่างเดียว คุณพ่อพอได้ยินแบบนั้น ก็เริ่มถอดใจ ตอนนั้นพ่อก็เริ่มคุยไม่รู้เรื่องแล้ว พูดได้เป็นคำๆ แต่คำพูดที่เราจับใจความได้ก็คือ “พ่อพร้อมแล้ว” “อย่าให้พ่อทรมานนะ” “ไม่ต้องโกหกพ่อ” “ไม่ต้องมาถามว่าพ่อเจ็บไหม” ...


พอได้มาเข้าห้องพิเศษ คืนนั้น พ่อมีอาการผุดลุกผุดนั่งตลอดทั้งคืน เราก็พยายามถามว่าคุณพ่อเจ็บไหม คุณพ่อเอายาแก้ปวดไหม พ่อก็เอาแต่ส่ายหน้า ไม่เอาอะไรเลย ไม่รู้ว่าพ่อเป็นอะไร ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร พ่อเริ่มมีการต่อต้านการกินยาที่รักษาอาการอื่นๆ เช่น การถ่ายไม่ออก พ่อก็ไม่ยอมกินยาระบายแล้ว พอให้กินก็บ้วนทิ้ง ยาเดียวที่ยอมกินคือพาราเซตามอล 1 เม็ด เพื่อบรรเทาอาการปวด แต่ก็กินเองแทบไม่ได้แล้ว พ่อมีอาการคล้ายๆการเพ้อ และทำซ้ำ คือ เมื่อกินยาไป ก็จะคายออก และกินเข้าไปใหม่ พอกลืนเสร็จ ก็คิดว่าว่าตัวเองยังไม่ได้กิน เลยทำท่าเหมือนจะเอายาใส่ปากอีกครั้ง เรากับแม่ก็เลยไม่ได้นอนเลยทั้งคืน ได้แต่มองหน้ากัน ร้องไห้ ดังนั้นการรักษาที่หมอให้พ่อได้ในคืนนี้คือ การปรับค่าเกลือแร่ที่ผิดปกติในร่างกาย และการให้น้ำเกลือเพื่อบรรเทาอาการอ่อนเพลีย ผ่านทางเส้นเลือด


ตอนที่ 5/8 สู่กระบวนการดูแลแบบประคับประคองผู้ป่วยระยะสุดท้าย


วันพฤหัสบดีที่ 24 มี.ค. 65: ลางานต่ออีกวันเพราะไม่รู้เลยวันนี้พ่อจะอาการเป็นอย่างไร ประกอบกับยังไม่ได้นอนเลยทั้ง ทำงานไม่รู้เรื่องแน่ๆ เช้ามาพ่อก็ยังมีอาการผุดลุกผุดนั่งอยู่ แต่น้อยลงกว่าตอนกลางคืน ได้หลับบ้าง แต่ไม่นาน เช้ามาพ่อถามหาน้องไม้ แม่เลยโทรให้น้องไม้รีบกลับมาบ้าน เพื่อมาหาคุณพ่อ


คุณหมอเจ้าของไข้ได้เข้ามาพูดคุยถึงอาการของคนไข้ที่จะเกิดขึ้น และแนะนำให้เราพูดคุยกับหมอแดงให้ได้เร็วที่สุด เพื่อพาคุณพ่อเข้าสู่กระบวนการดูแลแบบประคับประคองผู้ป่วยระยะสุดท้าย ด้วยการให้ยาแก้ปวด (มอร์ฟีน) และงดการให้สารอาหารทางน้ำเกลือ เพื่อให้คนไข้ได้จากไปอย่างสงบ...


เรา แม่ และป้า ยังไม่สามารถทำใจได้ เนื่องจากกลัวว่าการให้มอร์ฟีนจะทำให้คุณพ่อจากเราไปเร็วขึ้น และเราเห็นตรงกันว่า ยังไม่มีความจำเป็นที่ต้องให้ เพราะว่าพ่อไม่เคยบ่นว่าเจ็บกับเราเลยสักครั้ง อีกทั้งสัญญาณชีพต่างๆ ทั้งความดัน ค่าออกซิเจนในเลือดยังอยู่ในระดับที่ปกติมาก และหน้าตาของพ่อก็ยังสดใสกว่าตอนที่อยู่ที่บ้านเสียอีก ถึงแม้ว่าวันนี้พ่อจะเอาแต่นอนทั้งวัน ผุดลุกผุดนั่งบ้าง และหลีกเลี่ยงการสื่อสารกับทุกคนที่มาเยี่ยม


ในคืนนี้ น้องมาช่วยเรากับแม่เฝ้าพ่อในคืนนี้ ซึ่งมันดีมากๆ เหมือนได้ต่อชีวิต เพราะเรากับแม่ไม่ไหวแล้ว คืนนี้น้องเลยรับบทดูแลพ่อไป แม้ว่าเราจะตื่นทุกครั้งที่เห็นพ่อลุก แต่ร่างกายในตอนนั้น มันไม่สามารถลุกขึ้นมาดูพ่อได้จริงๆ ขอบคุณนายตำรวจน้อยของเรามากๆนะ...


ตอนที่ 6/8 ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์

วันศุกร์ที่ 25 มี.ค. 2565: ตื่นเช้ามา เราสามคนแม่ลูก ก็ได้มานั่งคุยกันถึงอาการของพ่อ เพื่อจะได้ตัดสินใจว่า เราควรจะทำอย่างไรต่อไปดี น้องชายเราก็อ่านบทความต่างๆเกี่ยวกับผู้ป่วยระยะสุดท้ายให้ฟัง ทำให้เราพอจะเข้าใจได้ว่า อาการผุดลุกผุดนั่งที่เกิดขึ้น เกิดจากความเจ็บปวดของพ่อที่ไม่สามารถแสดงออกทางสีหน้าได้ ประกอบกับน้องเล่าให้ฟังว่าเมื่อคืน ในจังหวะหนึ่งที่พ่อลุกขึ้นมา พ่อมองหน้าน้องและน้ำตาก็ไหลออกมา ซึ่งเราไม่รู้เลยว่า สิ่งนี้หมายถึงอะไร “พ่อเจ็บหรือเปล่า” “มีความสุขที่น้องไม้มาเฝ้าหรือเปล่า” มันก็เดาความหมายไม่ออกจริงๆ


ระหว่างที่เราคุยกันอยู่ พ่อก็ลืมตา และทำทีท่าว่าเข้าใจในสิ่งที่เราพูด น้ำตาซึม และเรียกชื่อเรา ถามหาแม่ สามารถพลิกตัวไปมาให้เช็ดตัวได้ แลบลิ้นยิงฟัน เพื่อให้คุณแม่ทำความสะอาดช่องปาก เพราะคุณพ่อเราเป็นคนรักษาความสะอาดในช่องปากมาก พ่อเลือกพูดบางประโยคกับพวกเรา เช่น “ทำไมยังไม่ตาย” “อยากพัก” เราจึงรีบโทรหาหมอแดงเพื่อเล่าอาการต่างๆให้ฟัง และมีความหวังเล็กๆว่าพ่อจะอาการดีขึ้น แต่หมอกลับบอกว่า นี่อาจเป็นเฮือกสุดท้ายของคนไข้ที่ต้องการพูดคุยกับเรา ให้ใช้โอกาสนี้ ในการขอขมา ขออโหสิกรรมจากท่าน และบอกให้ท่านหมดห่วงกับลูกหลาน ซึ่งเราก็ได้รีบบอกท่านในทุกอย่างที่คุณหมอแนะนำ แต่สุดท้ายท่านกลับพูดกับเราว่า “พ่อยังไม่ตาย” ซึ่งมันทำให้เราค่อนข้างสับสน ว่าพ่ออยากจะจากพวกเราไปไหม


เป็นอีกวันที่เราต้องมาตัดสินใจกันว่า จะให้พ่อเข้าสู่กระบวนการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายเมื่อไหร่ และวันนี้มันก็มีคำตอบด้วยตัวของมันเอง ก็คือ พ่อเริ่มมีอาการคลื่นไส้ พร้อมกับสีหน้าเจ็บปวด ที่พ่อไม่เคยแสดงออกมาก่อนหน้านี้ คุณหมอเจ้าของไข้คงรู้อยู่แล้วว่าคนไข้จะต้องมีอาการแบบนี้ จึงสั่งยาแก้ปวดมาให้คุณพ่อ โดยที่ญาติไม่ต้องร้องขอ ยานี้ทำให้คุณพ่อหลับปุ๋ย ตั้งแต่ช่วงบ่าย แต่ยังคงมีการรับรู้ ได้ยินเสียงอยู่ ตอนกลางคืนยังสามารถพลิกตัวเองได้โดยธรรมชาติ เราไม่ต้องช่วยอะไร ความดันและสัญญาณชีพอื่นๆยังปกติ


วันนี้เป็นวันพระ และอ้วน Auan Aia ก็ขับรถมาให้กำลังใจเราจากนนทบุรี อ้วนพาเราไปขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เราเลยอธิษฐานว่า ถ้าพ่อยังไม่สิ้นอายุขัย ก็ขอให้พ่อหายป่วย และกลับมาใช้ชีวิตปกติได้ แต่ถ้าพ่อหมดอายุขัยแล้ว เราก็ขอให้พ่อจากไปอย่างสงบสุข และไปอยู่ในภพภูมิที่ดี ขอบคุณอ้วนมาก แม่และป้าเราชื่นชมอ้วน บอกว่า เพื่อนคนนี้ใช้ได้เลยนะ เค้ามาอยู่กับเราในเวลาที่เราลำบาก แต่เพื่อนเรา ก็ดีแบบนี้ทุกคนแหละ


ตอนที่ 7/8 เวลานั้นมันมีค่าเหลือเกิน


วันเสาร์ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2565: พ่อยังอยู่กับเรานะ ดีใจมาก เราผ่านค่ำคืนวันพระมาได้แล้ว เช้านี้มีเรื่องดีก็คือ หมอแดงให้ความกรุณามาเยี่ยมคุณพ่อ ถึงแม้ว่าวันนี้จะไม่ใช่วันทำงานของท่าน ท่านมาพูดสิ่งที่ทำให้คุณพ่ออาจจะได้ปลดล็อคถึงความรู้สึกที่ตัวเองเป็นจริงๆ หมอแดงเข้าใจว่าพ่อเจ็บ และได้มาสอบถามความต้องการของพ่อที่จะเริ่มการรักษาแบบประคับประคอง ซึ่งพ่อก็ตกลง ท่านต้องการที่จะพักแล้ว ดังนั้นวันนี้จึงเป็นวันแรก ที่พ่อจะได้รับการดริปยาแก้ปวด 1ml/Hr จากเดิมที่คุณหมอเจ้าของไข้ให้เป็นแบบฉีด 4 ml ทุกๆ 4 ชม. (แต่เมื่อวานก็ให้แค่ครั้งเดียวพ่อก็หลับปุ๋ยแล้ว)


อีกเรื่องนึง ที่เราดีใจแทนพ่อมากๆ ก็คือการกลับมาของเพื่อนเก่า ลุงแม็ค เพื่อนซี้ที่สุดของพ่อตั้งแต่สมัยมัธยม แต่ผิดใจกันเพราะคำพูด ป้าเป็นคนบอกว่ากับแม่ว่า ให้แม่ติดต่อลุงแม็ค เพื่อให้ลุงแม็คมาเจอพ่อ และอโหสิกรรมให้กัน ลุงแม็คบอกว่า เมื่อเขารู้ข่าว เขาก็เลิกกินข้าว และบอกกับแขกที่นั่งกินข้าวอยู่ด้วยกัน ว่าเขาต้องรีบไปหาเพื่อนเขาแล้ว


เมื่อลุงแม็คมาถึง เรารู้ได้ทันทีว่า นี่แหละคือเพื่อนที่พ่อรักมากที่สุด ถึงแม้ว่าเราไม่เคยเจอกับลุงแม็ค แต่เราก็สัมผัสได้ถึงมิตรภาพอันยาวนานและเที่ยงแท้ของทั้งสองท่าน พ่อลืมตามาเมื่อดูหน้าลุงแม็ค พูดตอบโต้ ทำท่าทางตะเบ๊ะ (ท่าทำความเคารพแบบทหาร) ให้กับลุงแม็ค พ่อพูดโต้ตอบกับลุงแม็คได้เป็นคำๆ แต่ก็ถือว่าเยอะที่สุดแล้ว เท่าที่เราเคยเห็นมา มันเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ที่พ่อได้มาเจอเพื่อนรัก ในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต และต่างคนต่างได้อโหสิกรรมต่อกัน พูดคุยกันเหมือนดังวันวาน ที่ได้กอดคอกินเหล้า ขี่มอไซค์ซ้อนสามตกน้ำ หรือถ่ายรูปร่วมเฟรมกันอย่างมีความสุข


ในวันนี้ เวลานี้พ่อของเรายังมีชีวิตอยู่ แต่เราก็รู้ว่าเวลามันเหลือน้อยเต็มที่ แม้ว่าในใจก็ยังจะมีหวังว่า ขอให้ปาฏิหารย์มีจริงได้ไหมนะ แต่เราก็รู้ว่า สุดท้ายการจากลาก็ต้องเกิดขึ้น ไม่ใช่วันนี้ ก็ต้องเป็นวันอื่น ทุกอย่างที่เกิดขึ้น มันทำให้เรารู้ว่า เวลานั้นมันมีค่าเหลือเกิน

จงอย่าใช้มันไปกับความอคติ ความโกรธเคือง จงอยู่ด้วยกันอย่างมีความรักต่อกันเสมอ เพื่อให้เราไม่รู้สึกเสียใจ

เมื่อวันที่การจากลาได้มาถึง



ตอนที่ 8/8 คุณพ่อไม่ได้จากพวกเราไปไหน คุณพ่อยังอยู่ในใจพวกเราเสมอ



สุดท้ายนี้ หนูอยากจะบอกกับคุณพ่อว่า คุณพ่อเป็นต้นแบบของความอดทนและเข้มแข็งที่สุดในชีวิตของหนู หนูได้เห็นจากช่วงเวลานี้ คุณพ่อไม่เคยบอกหนูว่าคุณพ่อเจ็บ คุณพ่อสู้และอดทนเพื่อหนูและครอบครัวมาตลอด ถึงแม้ว่าคุณพ่อจะได้ทำอะไรผิดพลาดไปบ้าง

หนูอยากจะบอกคุณพ่อไว้ตรงนี้ว่า มันไม่เป็นไรเลย คนเรามีผิดพลาดกันได้ และเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ

คุณพ่อเป็นพ่อที่ดี เป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดี อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง

หนูภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็นลูกคุณพ่อ และหนูก็รู้ว่าคุณพ่อภูมิใจที่มีหนูกับน้องไม้เป็นลูก

พวกหนูสองคน อาจเคยทำผิดพลาด แต่คุณพ่อก็ให้อภัยพวกเรามาเสมอ

พวกหนูอยากจะขอโทษอีกครั้ง อยากขอขมาและอโหสิกรรมกับคุณพ่อตรงนี้

หนู น้อง และคุณแม่ มีแต่ความปราถนาดีให้คุณพ่อเสมอมา

และสิ่งนี้มันยังจะคงอยู่ตลอดไป

พวกเราทุกคนรักคุณพ่อมากๆนะคะ

ถ้าปาฏิหารย์มีจริง หนูก็อยากให้คุณพ่อได้มาชีวิตด้วยกันกับพวกเราอีกครั้ง แต่ถ้าไม่

คุณพ่อก็ไม่ต้องเป็นห่วงเลย

คุณพ่อไม่ได้จากพวกเราไปไหน คุณพ่อยังอยู่ในใจพวกเราเสมอ

และพวกเราจะรักกัน และดูแลกันเป็นอย่างดีนะคะ


รักสุดหัวใจ

น้องมิ้นท์

26 มี.ค. 2565, 13.20 น.



ดู 25 ครั้ง0 ความคิดเห็น

โพสต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด