Making Gold Jewelries

ข้อควรระวังเมื่อนำอัฐิภาพ/อัฐิมณีไปใส่ตัวเรือน

เนื่องจากอัฐิมณี/อัฐิภาพทำจากอัฐิของคนที่คุณรัก 100% ไม่มีสารอื่นเจือปน อัฐิมณี/อัฐิภาพจึงมีองค์ประกอบเดียวกันกับองค์ประกอบหลักของกระดูกและฟัน มีค่าความแข็งอยู่ในช่วง 3-5 ของ Mohs scale เนื่องจากอัฐิของแต่ละบุคคลมีองค์ประกอบที่แตกต่างกันจากอายุ สุขภาพ และธาตุที่เหลืออยู่ภายหลังการฌาปนกิจ

 

การเลือกแบบตัวเรือนที่เหมาะสมเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องคำนึงถึงสำหรับการนำอัฐิมณี/อัฐิภาพมาใส่ตัวเรือนเพื่อสะดวกในการพกพา

บริษัทฯ เลือกทำอัฐิมณีจิวเวลรีในแบบที่มีชิ้นงานเป็นศูนย์กลาง และตัวเรือนปกป้องชิ้นงานได้ดี โดยไม่ต้องออกแรงกระทำบนงานมากเกินไป จึงมักฝังตัวเรือนโดยใช้เทคนิคหนามเตยเป็นหลัก เพราะอัฐิมณีมีเนื้อแน่น ผ่านการเจียรนัยให้มีความมันวาว เห็นผิวเนื้อที่สวยงามสะท้อนอัตลักษณ์ และเท่าที่ผ่านมา ชิ้นงานที่ใช้งานปกติมากกว่า 7 ปี ยังคงใช้งานได้ดี ส่วนอัฐิภาพก็จะเลือกใช้การใส่กรอบโดยไม่ต้องมีชั้นกันน้ำ เพราะต้องการให้เห็นภาพอย่างชัดเจน และชิ้นงานมีความคงทน แทบไม่ดูดซึมน้ำอยู่แล้ว

สำหรับลูกค้าที่อยากให้มีอัฐิมณี/อัฐิภาพอยู่ติดตัวตลอดเวลา และต้องการเพิ่มความคงทนให้กับชิ้นงาน อาจพิจารณาเทคนิคการใส่ตัวเรือนแบบหุ้ม ซึ่งสามารถทำได้ ถ้าช่างมีความคุ้นเคยกับการทำงานกับพลอยเนื้ออ่อน หรือ มุก เพราะเมื่อเทียบกับวัสดุอื่นที่นิยมนำไปใส่ตัวเรือน เช่น พระเครื่องที่ส่วนใหญ่ทำจากดินเผา (ค่าความแข็ง 6-7 ของ Mohs scale) หรือ อัญมณีชนิดอื่น เช่น ควอทซ์ เพทาย ทับทิม ไพลิน เพชร (ค่าความแข็ง 7-10 ของ Mohs scale) ซึ่งมีความแข็งสูงกว่าอัฐิมณี/อัฐิภาพ ช่างทำตัวเรือน หรือช่างจิวเวลรีจึงมีความคุ้นเคยกับงานที่มีความแข็งในระดับนี้ เมื่อนำอัฐิมณี/อัฐิภาพไปสั่งทำตัวเรือนจึงจำเป็นต้องเน้นย้ำกับช่างว่า ชิ้นงานอัฐิมณี/อัฐิภาพมีความแข็งต่ำกว่าพระเครื่องและอัญมณีมากพอสมควร

 

เมื่อสั่งทำชิ้นงาน ขอให้เน้นย้ำกับช่างทำงานด้วยความระมัดระวัง ใช้แรงกระทำต่อชิ้นงานให้น้อยลง และถ้ามีการใช้วัสดุกรอบที่ให้ความร้อนก่อนนำมาเลี่ยมชิ้นงาน ก็ควรเลือกวัสดุที่มีค่าการขยายตัวเนื่องจากความร้อนไม่สูงมาก เพราะเมื่อวัสดุเย็นลงจะเกิดการหดตัวสูง และเกิดแรงบีบรัดบนชิ้นงานสูงตาม หรือใช้อุณหภูมิในการทำงานให้ต่ำลง เพื่อให้เกิดการหดตัวน้อยลง

จากประสบการณ์ของลูกค้าที่ส่งให้ช่างร้านทองเลี่ยมอัฐิภาพ จะเห็นว่า ชิ้นงานแรกเกิดรอยร้าวในแนวรัศมี หรือเกิดจากแรงบีบอัดจากรอบชิ้นงาน แต่เมื่อช่างเริ่มเข้าใจ จึงทำงานชิ้นที่สองและชิ้นที่สามออกมาได้อย่างสวยงามตามต้องการ (ขอขอบคุณคุณนนทชาที่อนุญาตให้เผยแพร่ภาพชิ้นงานอัฐิภาพของคุณแม่ที่นำไปใส่ตัวเรือนทองทั้งสามชิ้นค่ะ)

 

กรณีชิ้นงานที่เกิดรอยร้าวแล้ว ถ้าโดนความชึ้น และมีแรงกระแทกก็จะร้าวมากขึ้น แต่ถ้าใช้งานปกติและมีกันน้ำแล้ว รอยร้าวก็น่าจะเพิ่มขึ้นน้อยมากๆ จนสังเกตไม่เห็นด้วยตาเปล่า อย่างไรก็ดีในระยะยาวนานหลายๆ ปี ก็จะสังเกตได้

 

ถ้าลูกค้าอยากให้บริษัทฯ ทำให้ใหม่ กรุณาแกะอัฐิภาพ ส่งมาพร้อมกับใบรับรองอัฐิมณีชิ้นนั้น และอัฐิเพิ่มอีกประมาณ 5 กรัม/ชิ้น บริษัทฯ ทำให้ใหม่โดยคิดค่าบริการเพียง 50% ของราคาปกติ